แนวทางการดูแลสภาพจิตใจของผู้สูงอายุให้แจ่มใส ห่างไกลปัญหาสุขภาพจิต

Last updated: 2 มี.ค. 2565  |  142 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แนวทางการดูแลสภาพจิตใจของผู้สูงอายุให้แจ่มใส ห่างไกลปัญหาสุขภาพจิต

แนวทางการดูแลสภาพจิตใจของผู้สูงอายุให้แจ่มใส ห่างไกลปัญหาสุขภาพจิต


วัยชราเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ทั้งสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลงตามอายุที่มากขึ้น รวมถึงอารมณ์และจิตใจที่ไวต่อการกระตุ้นจากสิ่งเร้าทั้งภายนอกและภายในจนนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพจิตและปัญหาเรื้อรังอื่น ๆ ได้ วัยสูงอายุจึงถือเป็นวัยที่มีความเปราะบางและต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ


สาเหตุของปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ
- การสูญเสียและพลัดพรากจากบุคคลใกล้ชิดหรือบุคคลอันเป็นที่รัก อาทิ คู่ชีวิต เพื่อน สมาชิกในครอบครัว
- ความรู้สึกเศร้าและกังวลว่าตนเองจะถึงแก่ความตายในอนาคตอันใกล้
- ความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิตเนื่องจากไม่ได้ทำงาน สภาวะทางการเงินที่เปลี่ยนไป การขาดรายได้ การสูญเสียสถานภาพและบทบาททางสังคม
- การรู้สึกว่าตนเองต้องเป็นภาระ ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ น้อยใจ กลัวถูกทอดทิ้ง ฟุ้งซ่าน
- การคิดซ้ำ ๆ เกี่ยวกับเรื่องในอดีต อยากย้อนเวลาไปแก้ไขเหตุการณ์บางอย่าง
- การเก็บตัว ปลีกวิเวก ไม่กล้าเข้าสังคม


ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
- ภาวะอารมณ์แปรปรวน
- ภาวะเครียด วิตกกังวล
- โรคจิตเภท
- โรคสมองเสื่อม
- กลุ่มอาการต่าง ๆ ของร่างกายที่ไม่พบพยาธิสภาพทางกาย หรืออาการหลงผิดคิดตนป่วย


วิธีสังเกตผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิต
- พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น รับประทานอาหารมากขึ้นหรือน้อยลง เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อในบางราย
- อาการง่วง เซื่องซึม นอนหลับมากกว่าปกติ หรือมีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้ายติดต่อกันหลายคืน
- อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย หงุดหงิด เครียด ซึม ฉุนเฉียว วิตกกังวล
- พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น ซึมลงหรือแจ่มใสมากผิดปกติ พูดน้อยลงหรือพูดเยอะขึ้น เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
- อาการเจ็บป่วยทางร่างกายที่หาสาเหตุไม่พบ เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว


แนวทางการดูแลสภาพจิตใจของผู้สูงอายุให้แจ่มใส
1.ให้ความรักและความอบอุ่น
หมั่นพูดคุย ใกล้ชิด ให้ความรัก ความอบอุ่น สร้างเสียงหัวเราะ รวมถึงหาเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เช่น รับประทานอาหาร ทำบุญ ท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกอุ่นใจ รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าและมีความสำคัญ


2.ให้เกียรติ
ระมัดระวังคำพูดและท่าทางที่แสดงออกต่อผู้สูงอายุ ไม่แสดงความรำคาญ ไม่ต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือจับผิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้ผู้สูงอายุจะดื้อหรือเอาแต่ใจ


3.ส่งเสริมให้เกิดความสงบภายใน
ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์ ผ่อนคลาย และปล่อยวาง รวมทั้งสามารถปรับตัวและยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง รวมถึงเรื่องความตาย ผ่านการควบคุมลมหายใจ ฝึกคิดอย่างยืดหยุ่นและคิดแง่บวก


4.ส่งเสริมความมีคุณค่าในตนเอง
ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจและมีความเชื่อมั่นในตนเอง โดยอาจปล่อยผู้สูงอายุพยายามช่วยเหลือตนเองในเรื่องง่าย ๆ เช่น กิจวัตรประจำวัน หรืองานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่เกินกำลังและไม่เป็นอันตราย


5.ฝึกระบบความคิด
ส่งเสริมความสามารถของผู้สูงอายุด้านความจำ การฝึก การวางแผน และการแก้ไขปัญหาเพื่อชะลอความเสื่อมของสมองในด้านต่าง ๆ เช่น ฝึกการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ลองทำกิจกรรมด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หรือทำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ


6.ส่งเสริมการเข้าสังคม
ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ หรือกลุ่มวัยอื่น ๆ เพื่อพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รู้สึกผ่อนคลาย ลดปัญหาการเก็บตัวหรือปลีกวิเวกจากสังคม


7.ผ่อนคลาย
ส่งเสริมการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการเพื่อส่งเสริมความรู้สึกสนุกสนาน ด้วยการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข จิตใจสดชื่นแจ่มใส กระปรี้กระเปร่า อาทิ การเล่นกีฬา ดนตรี ศิลปะ หรืองานอดิเรกที่ชอบ เช่น เปตอง รำวง เต้นแอโรบิค เป็นต้น ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายและลดความเครียดได้เป็นอย่างดี


8.ฝึกสมอง
เล่นเกมที่ช่วยฝึกฝนด้านความจำหรือฝึกสมองได้เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา การจัดลำดับความคิด เช่น หมากรุก อักษรไขว้ ต่อคำ ต่อเพลง คิดเลข หรือการจดจำข้อมูลต่าง ๆ เช่น วัน เวลา สถานที่ บุคคล หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น


9.เป็นที่ปรึกษา
สังเกตปัญหาและรับฟังความต้องการของผู้สูงอายุ หมั่นสอบถามสารทุกข์สุขดิบเสมอ แสดงความเห็นใจ เข้าใจ รับฟัง และให้ผู้สูงอายุได้ระบายความรู้สึก ร่วมกันหาแนวทางในการปรับตัวกับปัญหา


10.ส่งเสริมการออกกำลังกาย
ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุหันมาดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง คล่องแคล่ว มีกำลังวังชา สามารถตอบสนองความต้องการทางกายภาพได้อย่างเหมาะสมผ่านการฝึกกายบริหาร โยคะ รำมวยจีน หรือการออกกำลังกายประเภทอื่น ๆ ที่เหมาะสมวันละ 15-30 นาที


ผู้สูงอายุเป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งทางร่างกายและจิตใจจนอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่หากลูกหลานและสมาชิกในครอบครัวสามารถรับมือได้อย่างเหมาะสมก็จะให้ปัญหาต่าง ๆ ทุเลาลง นำมาซึ่งความสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัวต่อไป


“อายุวัฒน์ เนอร์สซิ่งโฮม” เราเป็นบ้านพักผู้สูงอายุที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งระยะสั้นและระยะยาวในรูปแบบเนอร์สซิ่งโฮมระดับพรีเมี่ยม มั่นใจได้ด้วยบริการบ้านพักคนชราและบ้านพักผู้สูงอายุที่ดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ และพนักงานผู้ช่วยพยาบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรในการดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะที่จะคอยดูแลผู้สูงอายุอย่างเอาใจใส่และใกล้ชิดแบบองค์รวม ช่วยสนับสนุนให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพกายและใจที่ดี มีความสุขและอบอุ่นเสมือนอยู่บ้าน


อ้างอิง : https://www.dop.go.th/th/know/15/413


----------------------------------------------
ไอแคร์ เนอร์สซิ่งโฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และฟื้นฟูสุขภาพ
- ให้บริการดูแลผู้ป่วย, ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ที่ศูนย์ดูแลไอแคร์ ที่บ้านและโรงพยาบาล
- โดยจัดส่งพนักงานผู้ช่วยทางการพยาบาลเพื่อให้บริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม
- ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ โดยมีการวางแผนการดูแลให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการและสุขภาพเฉพาะราย
สนใจติดต่อได้ที่ : m.me/ICareNursinghomeTH
โทร : 066 109 4500
Website : https://www.icarenursinghome.com/
พนักงานทุกคนสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเดอะแคร์การบริบาล โดยได้รับ
ใบประกาศนียบัตร "การดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็ก" และสอบผ่าน
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
#อุบลราชธานี #ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้